ผ่านไปด้วยดีนะครับ สำหรับงาน “ มาด้วยใจ ช่วยภัยน้ำท่วม ” (“Charity Bazaar for Flood Victims in Thailand”) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าสถานทูตฯ ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวไทย คนเดนน์ กลุ่ม Friends of Thailand ร้านไทย วัดไทย นักเรียน ศิลปินไทย ฯลฯ และหน่วยงาน “ ทีมประเทศไทย ” ที่มาออกร้านและมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่สถานทูตฯ จัดงานในลักษณะ 3 มิติ จากเดิมที่สถานทูตฯ มักจัดกิจกรรมเฉพาะกับชุมชนไทย หรือกับคณะทูตานุทูต หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่สถานทูตฯ มีเครือข่ายอยู่ มาเป็นการจัดงานในลักษณะเปิด ( open to public ) โดยเชิญชาวโคเปนเฮเกนและชุมชนที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันกับสถานทูตฯ โดยนอกเหนือจากการกระจายข่าวถึงชุมชนไทยแล้ว ยังได้ขอความร่วมมือจากสื่อต่าง ๆ อาทิ หนังสือพิมพ์ Copenhagen Post / Jylland Post / Berlingske รวมถึง website ต่าง ๆ อาทิ Takeoff.dk Standby.dk และ MarkedsKalenderen.dk เว๊ปไซต์ยอดฮิตของพวกนิยมเดินช๊อปสินค้า loppermart ในวันสุดสัปดาห์ด้วย ซึ่งการประชาสัมพันธ์ในลักษณะนี้ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จด้วยดี มีคนมาร่วมงานกันมากมาย แต่ก็มีชาวไทยและเทศบางคนก็ไม่ทราบข่าว และเสียดายที่ไม่ได้มาร่วม ผมก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เพราะเรามีเวลาเตรียมตัวน้อยมากครับเพียงสัปดาห์เดียว จึงทำให้ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร ในส่วนของรายได้ สามารถรวบรวมได้จำนวนประมาณ 150,000 โครนฯ (รายละเอียดจะมีการนำแจกแจงใน website ของสถานทูตฯ รวมทั้งยอดเงินจากกล่องรับบริจาคของสถานทูตฯ ก่อนหน้านี้ด้วย) ซึ่ง สถานทูตฯ จะทำตามเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้ว่าจะโอนรายได้ทั้งหมด (หลักหักค่าใช้จ่าย) เข้าบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของสภากาชาดไทย
จากการพูดคุยกับคนไทย ชาวเดนมาร์ก ชาวต่างชาติ เพื่อนบ้านของสถานทูตฯ ที่แวะมาร่วมงาน และจากรอยยิ้มของหลาย ๆ ท่าน ถือได้ว่างานดังกล่าวประสบผลสำเร็จน่าพอใจ ทั้งนี้ ผมถือว่าความสำเร็จเป็นของทุกท่านที่เข้าร่วม โดยเฉพาะตัวแทนชุมชนไทยที่มาออกร้านต่าง ๆ ทั้งร้านอาหารไทย
ผัดไทย ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวเรือ ของดองและเครื่องกระป๋องไทย มุมนวดแผนไทย โต๊ะทำนายโชคชะตา มุมสินค้าหัตถกรรมไทยสนับสนุนโดยท่าน ผอ.สนง.พาณิชย์ มุมสินค้า loppermart รวมทั้งกิจกรรมการประมูลสินค้า โดยทีมงานนำโดย “คุณถู (Mr.Tyge) การบินไทย”นุ่งผ้าขาวม้าทำหน้าที่ auctioneer ได้ด้วยความชำนาญทั้งด้านภาษาไทยและเดนมาร์ก ทำให้งานมีสีสัน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นบัตรโดยสารเครื่องบินกรุงเทพฯ – ภูเก็ต (ซึ่งการบินไทยจะเริ่มเที่ยวบินตรงในวันที่ 11 พฤศจิกายน ศกนี้) พร้อมห้องพักโรงแรมที่ภูเก็ต ซึ่งสนับสนุนโดยท่าน ผจก.ทั่วไป สนง.การบินไทย และ ท่าน ผอ.ททท.สำนักงานกรุงสต๊อกโฮล์ม
ทั้งนี้ ผมเห็นว่าความสำเร็จของงานลักษณะนี้ไม่อาจวัดได้เฉพาะในรูปยอดเงินบริจาคที่ได้รับเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงความสำเร็จที่ไม่ได้วัดเป็นตัวเลขด้วย เช่น ความพึงพอใจ การแสดงออกถึงความสมานสามัคคี การแสดงสปิริตของร้านรวงต่าง ๆ ที่จะเข้ามาร่วมกันจัดงานโดยไม่หวังกำไร แรงกายของพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ประกอบกิจการนวดแผนไทย รวมทั้งการสละกำลังทรัพย์ กำลังกายและเวลาส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ฯลฯ ซึ่งถือเป็นงานเพื่อแสดงน้ำใจและแสดงความห่วงใยของทุกคนที่รักประเทศไทยโดยแท้ นอกจากนี้ ผมขอเล่าถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา สถานทูตฯ ได้ร่วมกับพี่น้องชาวไทยจัดงาน Thai Festival 2 แห่ง ทั้งที่กรุงโคเปนเฮเกน และเมืองออร์ฮุส การเข้าร่วมงาน Gala Dinner เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการแสดงปาฐกถาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งชุมชนไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ศาลาว่าการกรุงโคเปนเฮเกน พิธีวางพวงมาลาพระปิยมหาราช การจัดงานน้อมรำลึก ร.5 เสด็จประพาสเมืองรอสคิลด์(Roskilde) ซึ่งสถานทูตฯ ก็จัดร่วมกับชาวเมืองรอสคิลด์ รวมทั้งงานทอดผ้าพระกฐินพระราชทานที่วัดป่าฯ และวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร
และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปราชการที่เมืองออร์ฮุสเพื่อเข้าร่วมงานประชุมระดับ Congress ของพรรค Social Democratic ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และรับฟังคำกล่าวแถลงนโยบายของนาง Helle Thorning Schmidt นายกรัฐมนตรี ซึ่งผมไม่ขอกล่าวถึงเรื่องนโยบายต่างประเทศของเดนมาร์ก แต่จะขอกล่าวถึงส่วนที่คิดว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนไทย โดยเฉพาะการที่นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่เดนมาร์กจะต้องมีสังคมที่เอื้ออาทรต่อชาวต่างชาติที่มาตั้งถิ่นฐานโดยไม่แบ่งแยก นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่เป็นรูปธรรมหลายเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเรา อาทิ เรื่องการยกเลิก point system ที่กำหนดเงื่อนไขแก่คนต่างชาติที่เข้ามาอาศัยกับครอบครัวที่เดนมาร์ก การหาทางสร้างงาน หาทางดึงให้คนต่างด้าวนอกตลาดแรงงานหลัก ให้มีสิทธิเข้าถึงงานที่เหมาะสมได้เพิ่มมากขึ้น ฯลฯ
นอกจากนี้ สถานทูตฯ ก็ได้จัดกิจกรรมพบปะกับนักเรียนไทยทั้งที่กรุงโคเปนเฮเกนและเมืองออร์ฮุส เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเปิดโอกาสให้เล่าปัญหา ข้อขัดข้องในการดำรงชีวิตและการศึกษาเล่าเรียน โดยส่วนใหญ่นักเรียนเหล่านี้เป็นนักเรียนทุนซึ่งเริ่มมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย จากค่าครองชีพในเดนมาร์กที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานทูตฯ ได้รวบรวมปัญหา พร้อมทั้งดัชนีตัวเลขทางเศรษฐกิจ สภาวะค่าครองชีพในเดนมาร์ก ฯลฯ แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว ผมเลยถือโอกาสเล่าสู่กันฟังถึงภารกิจของสถานทูตฯ ด้านอื่น ๆ ที่กล่าวมาโดยย่อด้วย น่าเสียดายที่เนื้อที่ในหน้ากระดาษไม่มาก และเป็นความตั้งใจของผมเองที่จะให้จดหมายถึงชุมชนไทยแต่ละฉบับสั้นและกระชับ โดยยังคงมีกิจกรรมหลายอย่างที่เป็นภารกิจของสถานทูตฯ แต่อาจไม่อยู่ในความสนใจหรือเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของชุมชนไทยเลย อาทิ เรื่องการติดตามและจัดทำรายงานเศรษฐกิจและการเมืองของเดนมาร์กและ EU งานส่งเสริมลู่ทาง/ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับเดนมาร์ก (อาทิ เรื่องการส่งเสริมให้นักออกแบบไทยสนใจ Danish Design เพื่อขยายตลาดสินค้าไทยในแถบสแกนดิเนเวีย / ความร่วมมือกับเดนมาร์กด้านกลไกพัฒนาใสสะอาด - Clean Development Mechanism ฯลฯ) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย – เดนมาร์กในกรอบทวิภาคี และสหประชาชาติ ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่หลากหลายและไม่มีโอกาสได้สะท้อนให้ชุมชนไทยได้รับทราบ โดยแต่ละครั้งที่ผมออกไปพบปะพูดคุยกับชุมชนไทย ก็มักจะเล่าในเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรืออยู่ในความสนใจของพวกเราเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ผมขอเรียนว่าสถานทูตฯ เปิดกว้างเสมอและพร้อมหากมีคนไทยจะเข้ามาพูดคุยสารพัดเรื่องที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะหากท่านใดมีข้อมูล ข้อเสนอแนะในเรื่องวิทยาการด้านต่าง ๆ ซึ่งเดนมาร์กมีความก้าวหน้า และเห็นว่าไทยน่าจะนำไปปรับใช้ได้ เป็นต้น ขอจบแค่นี้ก่อนครับ จะรายงานให้ท่านทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไปทางเว๊ปไซต์แห่งนี้ ปิยวัชร นิยมฤกษ์ |