เสียงหนึ่งจากแดนไกล
นางสาวพิชญ์ชยานันท์ สมประเสริฐ นักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน รุ่นที่หนึ่ง
นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ ๓ University Of Copenhagen, Denmark
มีใครสักกี่คนที่จะเชื่อว่าเด็กบ้านนอ
กลูกแม่ค้าตาดำๆคนหนึ่งจะได้มีโอกาสไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ แต่นั่นคือความจริง ความจริงที่ทุกๆ คนต้องเชื่อว่า “โอกาส” และ “ความสามารถ” สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนหนึ่งคนได้มากมายเพียงใดและนี่ก็ยังเป็นเหตุผลที่ยังสามารถอธิบายได้ว่า “ความเท่าเทียม” ยังมีอยู่ในสังคมไทย
แต่สำหรับกลุ่มคนฝ่ายหนึ่ง นี่อาจจะบ่งบอกถึงแนวคิดทางการเมืองที่ปูพื้นฐานลงถึงรากหญ้า ซึ่งก็คือเด็กตาดำๆ อย่างพวกเรา แต่ไม่ว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีพระคุณต่อเรายิ่งนัก ขอเรียนถามว่าจะมีใครสักกี่คนที่กล้าคิด และที่สำคัญคือกล้าทำ ทำโครงการดีๆ อย่างนี้ขึ้นมา ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับไม่ใช่เพียงแต่ตัวนักศึกษาเองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสังคมและประเทศชาติ สำหรับข้าพเจ้าแล้วการศึกษาคือการลงทุน เมื่อใดเม็ดเงินที่ลงทุนไปได้งอกเงยเป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่มีความรู้และความสามารถ นั่นหมายถึงผลกำไรอันเกินค่าที่ย้อนกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิด...
ขอย้อนกลับไปถึงเรื่องราวดีๆ ที่อยากเล่าสู่กันฟัง ชีวิตนักศึกษาบ้านนอกในต่างแดนคือการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เส้นทางเต็มไปด้วยแสงสี ความแปลกใหม่ที่น่าค้นหา แต่การเดินทางไปยังดินแดนซึ่งไม่มีใครรู้จักข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักใคร มันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายและสนุกเสมอไป
การเดินทางครั้งนี้สร้างโอกาสให้ข้าพเจ้าได้เห็นและได้ทำในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เคยมีโอกาสหรือแม้แต่จะคิดมาก่อน ข้าพเจ้ามีโอกาสได้นั่งนกยักษ์ตราดอกจำปี ได้เห็นนางเงือกน้อยกับลูกเป็ดขี้เหล่ ที่ใครทั้งหลายต่างแห่มาดู เพราะนี่คือสัญลักษณ์อันเลื่องชื่อแห่งดินแดน เดนมาร์ก
ณ ที่แห่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ภาษาใหม่ ได้พบเพื่อนต่างชาติ ได้เรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวเดนนิช ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเป็นอยู่ ที่พัก ตลอดจนถึงอาหารการกิน โอกาสที่ข้าพเจ้าได้รับหลายๆ อย่างนี้ เป็นการเปิดโลกทัศน์ แนวความคิดของข้าพเจ้า และที่สำคัญคือความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของเด็กหลายๆ คน เพราะนอกจากโอกาสทางการศึกษาที่ข้าพเจ้าได้รับแล้ว ข้าพเจ้ายังพิสูจน์ให้เห็นว่า เด็กบ้านนอกคนหนึ่งกับประสบการณ์อันน้อยนิดก็มีความสามารถและศักยภาพที่มิได้แตกต่างไปจากชาวเดนนิชแม้แต่น้อย ตราบใดที่ยังมีความหวังและความพยายาม
อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับในสายตาของใครบางคนอาจจะคิดว่านักเรียนพวกนี้เป็นหนึ่งในลูกของหัวคะแนน เป็นเด็กนักเรียนที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย แต่ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่าการที่ข้าพเจ้าได้มายืน ณ จุดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าพเจ้าได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมาย เส้นทางที่ข้าพเจ้าเดินเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนกับมาเริ่มชีวิตใหม่มาเริ่มนับจากศูนย์ในประเทศที่ไม่เคยรู้จัก เริ่มเรียนภาษาตั้งแต่ตัวอักษร การออกเสียง เหมือนเด็กอนุบาลแต่จะมีเด็กอนุบาลสักกี่คนที่ใช้เวลาเพียงแค่สองปีเพื่อจะเข้าในคณะและมหาวิทยาลัยที่ตนใฝ่ฝัน แน่นอนว่าความเครียดและความกดดันมันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จะมีใครสักกี่คนเข้าใจว่าบางครั้งบางเวลาการใช้ชีวิตในเมืองหลวงในประเทศที่ทุกคนเรียกว่าศรีวิไลมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ความคิดถึง ความห่างไกล ตลอดจนถึงสภาพอากาศอันแสนเหน็บหนาว คืออุปสรรคใหญ่ ที่บางครั้งก็ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกท้อแท้บ้าง
แต่ด้วยภาระและหน้าที่ ที่ทุกคนในประเทศได้ฝากความหวังไว้ มันคือแรงผลักดันทำให้ข้าพเจ้าต้องสู้ต้องเดินต่อ ข้าพเจ้าตระหนักถึงเม็ดเงินของประชาชนชาวไทยทุกท่านที่ได้ส่งข้าพเจ้ามาร่ำเรียน เงินภาษีของท่านทุกบาททุกสตางค์ได้ถูกหล่อหลอมเป็นข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าหากขาดความเข้าใจและกำลังใจจากพวกท่าน ข้าพเจ้าก็คงไม่สามารถเดินทางและต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่อไปได้ ข้าพเจ้าเข้าใจและทราบดีว่ามีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ต้องพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ จนต้องเดินทางกลับประเทศไทย หรือบางคนก็ขอยกเลิกทุนด้วยเหตุผลต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีนักเรียนจำนวนมากที่ยังคงสู้ พร่ำเพียรเรียนอย่างมานะบากบั่น ข้าพเจ้าเชื่อว่านักเรียนทุกคนได้ตั้งใจทำอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ อย่างน้อยๆ ข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน” นี่คือบทนิยามที่ข้าพเจ้าเห็นจากหนึ่งในเพื่อนนักเรียนทุน และคงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากนัก เพราะพวกเรานักเรียนทุกคนตระหนักเสมอว่า เราคือ “ความหวังของแผ่นดิน”
ขอย้อนกลับไปถึงการจัดตั้งโครงการดีๆเพื่อเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนก่อนเดินทาง ข้าพเจ้ามีความเห็นว่ากิจกรรมที่เข้าร่วมได้สร้างประโยชน์อย่างมากในการทำความรู้จักและเรียนรู้เพื่อนใหม่ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายในกลุ่มระหว่างในและต่างประเทศ นอกจากนี้การให้คำแนะนำในเรื่องของสภาพอากาศ เครื่องนุ่งหุ่ม อาหารการกิน ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างเป็นประโยชน์แต่เนื่องจากเด็กนักเรียนเดินทางไปในประเทศที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่ได้รับจึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ดีเท่าที่ควร ในขณะเดียวกันความกังวลในเรื่องของภาษาก็นับว่าเป็นปัญหาสำคัญเนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งการหาข้อมูลตลอดจนระบบการศึกษาของประเทศที่เดินทางนั้นก็เป็นไปได้ยากเพราะว่าขาดคำแนะนำจากผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์จากประเทศนั้นๆ โดยตรง ดังนั้นการเดินทางในครั้งนี้จึงยากนักที่จะคาดเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างและจะมีการเตรียมรับสถานการณ์อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามต้องขอขอบพระคุณทางสถานทูตไทยที่ให้การต้อนรับอย่างดีมาก ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมากในการดูแลและการเอาใจใส่ในเรื่องของที่พักตลอดจนถึงคำแนะนำที่ทางสถานทูตได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่มหาลัย Roskilde University ที่ได้ดูแลและช่วยเหลือในทุกๆ เรื่องตลอดเวลาจนถึงวันนี้ คณะอาจารย์ได้ดูแลพวกเราเสมือนหนึ่งว่าเราเป็นสมาชิกในครอบครัวเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นก็ตามแต่ด้วยวุติภาวะตลอดจนถึงประสบการณ์ที่ยังน้อยของข้าพเจ้าเองแล้ว การใช้ชีวิตในต่างประเทศนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร และนี่อาจจะเป็นทางเลือกหรือแนวทางการแก้ไขในข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากทางรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญและจัดตั้งโครงการให้โอกาสทางการศึกษาอย่างนี้อีกครั้ง ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการให้ข้อมูลในการศึกษาของแต่ละประเทศนั้นควรมีความชัดเจนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลจำนวนปีการศึกษาในคณะต่างๆ ขั้นตอนการสอบเข้า แนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งในแง่ของการศึกษาและการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ปรึกษาควรเป็นผู้ที่นักเรียนสามารถใกล้ชิดและติดต่อได้ง่าย เป็นต้น นอกจากนี้ข้อสอบที่ใช้ในการแข่งขันเพื่อรับทุนควรมีความรัดกุมและมาตรฐานที่สูงขึ้น นักเรียนทุนต้องไม่ได้มีแค่ความสามารถในการเรียนเท่านั้นแต่ยังต้องมีความสามารถที่จะเรียนรู้ในการใช้ชีวิตที่ไม่ได้มีอยู่ในตำราด้วย
สำหรับแผนการในอนาคตหลังจากสำเร็จกา
รศึกษา ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะเป็นอาจารย์สอนในสถาบันศึกษาเพราะข้าพเจ้าไม่อยากเป็นเพียงแค่ผู้ได้รับโอกาส แต่ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะเป็นผู้ให้ในการศึกษาเช่นกัน ข้าพเจ้าอยากที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่ได้เก็บสั่งสมมาให้แก่นักเรียน นักศึกษา เพราะการศึกษาเท่านั้นที่สามารถพัฒนาบุคลากรของประเทศและเพราะการศึกษาที่ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสในการเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ได้สามารถหาซื้อได้ เพราะการศึกษาคือจุดเปลี่ยนชีวิตของข้าพเจ้า คำขอบคุณคงไม่เพียงพอสำหรับโอกาสในครั้งนี้ แต่การได้นำความรู้ความสามารถกลับมาทำอะไรเพื่อสังคมคือคำขอบคุณที่ดีที่สุดในการตอบแทนพระคุณแผ่นดิน
สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากถึงน้องๆ นักเรียนทุนรุ่นต่อๆ ไป อยากให้น้องๆ
คอยติดตามข่าวสารในการเปิดรับสมัครการให้ทุนและต้องเตรียมความพร้อมในความสามารถทางด้านภาษาให้ดีในระดับหนึ่ง และสำหรับนักเรียนทุนปัจจุบันก็อยากให้ตระหนักถึงท้องถิ่นและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพราะเราคือ “ความหวังของแผ่นดิน”
เสียงเล็กๆเพียงเสียงเดียวคงไม่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก แต่เสียงของพวกเรามีพลังเกินพอที่จะทำอะไรมากมายให้แก่สังคมและประเทศชาติเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นไปในอนาคต
© Royal Thai Embassy, Copenhagen, Denmark 2009